跳到主要內容區塊

臺灣優勢產業介紹(泰文)

แนะนำอุตสาหกรรมที่ได้เปรียบของไต้หวัน

เซมิคอนดักเตอร์
半導體
ไต้หวันมีความเชี่ยวชาญและครบครันในตลาดเซมิคอนดักเตอร์อย่างมาก โดยครอบคลุมตั้งแต่ การออกแบบวงจรรวม (IC design) การผลิตเวเฟอร์ (Wafer)และกระบวนการบรรจุภัณฑ์และทดสอบบรรจุภัณฑ์ ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูงของไต้หวัน ส่งผลให้สามารถส่งเสริมการพัฒนาชิปอัจฉริยะ และบูรณาการร่วมกับเทคโนโลยีประยุกต์ต่าง ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการผลิตนวัตกรรมระดับสูงของไต้หวัน
อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง
物聯網

อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) ของไต้หวันมีความหลากหลายและครอบคลุมหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการผลิตด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การผลิตอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และบริการสารสนเทศอื่น ๆ โดยอุตสาหกรรมนี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบการสื่อสาร 5G ซึ่งช่วยเร่งการพัฒนาไปสู่การประยุกต์ใช้งานในระดับที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น นั่นคือปัญญาประดิษฐ์ทุกสรรพสิ่ง(Artificial Intelligence of Things)

ไต้หวันมีความเชียวชาญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้มีขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และฮาร์ดแวร์ อีกทั้งยังมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนให้ไต้หวันสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างโดดเด่น

นอกจากนี้ภาครัฐได้ดำเนินนโยบาย(Asia Silicon Valley Development Plan) เพื่อจัดตั้งพื้นที่ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคการผลิต เพื่อผลักดันการพัฒนาแอปพลิเคชันในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ภาคการคมนาคม ภาคการการผลิต ภาคการขนส่ง เทคโนโลยีการเกษตร เทคโนโลยีการแพทย์ และความมั่นคงทางไซเบอร์

ไต้หวันยังคงมุ่งมั่นและส่งเสริมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทุกสรรพสิ่งอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการใหม่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลแห่งภูมิภาคเอเชีย

เทคโนโลยี 5G
5G通訊

ไต้หวันมีความได้เปรียบเชิงในโครงสร้างของอุตสาหกรรมการสื่อสาร เพราะมีการผลิตที่ครบวงจร ตั้งแต่การผลิตชิปเครือข่าย อุปกรณ์ชิ้นส่วน แผงสัมผัสเป็นต้น นอกจากนี้ไต้หวันยังมีTaiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) เช่น Qualcomm ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมระดับโลก 

ในปี 2021 ไต้หวันได้ก่อตั้ง “5G Open Network Test Platform” ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการแห่งที่สองของโลกที่มีศักยภาพในการบูรณาการระบบเครือข่าย 5G แบบเปิด พร้อมกับให้การรับรองตามมาตรฐานของโครงการ Telecom Infra Project (TIP) เพื่อส่งเสริมให้ 5G Network มุ่งสู่ระดับสากล

แม้จะเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไต้หวันยังคงเดินหน้าพัฒนาแนวทาโมเดลเศรษฐกิจใหม่ เพื่อมีเป้าหมายที่จะใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร 5G เป็นฐานในการขับเคลื่อนพัฒนาเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ไม่ว่าจะเป็น AR, VR, MR, ฝาแฝดดิจิทัล (Digital Twin) หรือเมตาเวิร์ส (Metaverse)

เครื่องจักรกลอัจฉริยะ
智慧機械
ไต้หวันได้ใช้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลที่มีความครบวงจร และนำมาประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในอุตสากรรมต่าง ๆ เช่น อุตสากรรมยานยนต์ อุตสากรรมอากาศยาน การผลิตแม่พิมพ์ และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค ไต้หวันยังคงพัฒนานวัตกรรมและแนวทางแก้ไขที่หลากหลาย โดยผู้ประกอบการในประเทศมีความสามารถในการผลิตที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นสูง พร้อมทั้งนำระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาใช้เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้เติบโต ตามบริบทขการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ทั่วโลก และผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ส่งผลให้ผู้ผลิตทั่วโลกต้องปรับเปลี่ยนแผนผังการผลิต เพื่อตอบสนองห่วงโซ่อุปทาน การใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีหุ่นยนต์จึงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ไต้หวันมีความได้เปรียบจากอุตสาหกรรมดังกล่าว
พลังงานสะอาด
綠色能源
ไต้หวันมีศักยภาพอย่างยิ่งในการพัฒนาพลังงานสีเขียว โดยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการผลิตพลังงานลมในระดับชั้นนำของโลก และมีอุตสาหกรรมการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ที่เข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสีเขียว รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายสนับสนุนในหลายด้าน รวมถึงการกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในราคาที่จูงใจ และการแก้ไขพระราชบัญญัติการไฟฟ้าเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 เพื่อเปิดเสรีให้สามารถซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้อย่างเสรี ซึ่งส่งผลให้ตลาดเกิดการหมุนเวียนและการแข่งขันมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ไต้หวันยังได้พัฒนาเมืองวิทยาศาสตร์พลังงานสีเขียวซาลุน (Shalun Green Energy Science City) เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวเชิงนวัตกรรม ส่งเสริมการรวมตัวของคลัสเตอร์อุตสาหกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างเร่งรัด
การป้องกันความปลอดภัยระบบไซเบอร์
資訊安全
ภายใต้บริบทของสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไต้หวันอาศัยจุดแข็งด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในการติดตาม วิเคราะห์ และเฝ้าระวังแนวโน้มของการโจมตีทางไซเบอร์และเทคนิคที่ถูกใช้ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเร่งพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ล้ำสมัย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบล็อกเชน (Blockchain) ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ไต้หวันจึงกลายเป็นฐานทดลองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพัฒนาโซลูชันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในหลากหลายสาขา เช่น 5G เซมิคอนดักเตอร์ อินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (IoT) และระบบการแพทย์อัจฉริยะ รัฐบาลไต้หวันยังได้กำหนดให้ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นหนึ่งใน 6 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์หลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันระดับชาติ และขับเคลื่อนบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลางความร่วมมือและนวัตกรรมด้าน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับสากล
เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์
生技醫療
ไต้หวันมีศักยภาพสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวเวชภัณฑ์ อันเป็นผลมาจากระบบการดูแลสุขภาพที่ทันสมัย ความแข็งแกร่งด้านการวิจัยทางคลินิก และทรัพยากรข้อมูลอันมีค่า เช่น ฐานข้อมูลประกันสุขภาพถ้วนหน้า (National Health Insurance Database) การจัดตั้ง คลังข้อมูลชีวภาพของมนุษย์ (Human Biobank) ยังได้สร้างรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนายาและการแพทย์แม่นยำ  อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผสานกับความสามารถด้านการวิจัยและการผลิตของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ไต้หวันได้พัฒนาโซ่อุปทานชีวเวชภัณฑ์ที่ครบวงจร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดความร่วมมือและการลงทุนจากบริษัทยาข้ามชาติขนาดใหญ่
瀏覽數: