企業注意事項(泰文)
ข้อกำหนดความร่วมมือสำหรับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการหลักสูตรรูปแบบใหม่
1)บริษัทที่เข้าร่วมจะต้องระบุความต้องการบุคลากรอย่างชัดเจน รวมถึงความสามารถที่ต้องการพัฒนา จากนั้นดำเนินการค้นหามหาวิทยาลัยและภาควิชาที่จะร่วมมือ พร้อมทั้งจัดสรรทรัพยากร เช่น เงินอุดหนุนค่าครองชีพรายเดือน การฝึกงาน และจำนวนตำแหน่งงาน ก่อนทำการลงนามสัญญากับทางมหาวิทยาลัย
2)เนื้อหาของสัญญาต้องมีการรับรองว่าจะมอบเงินอุดหนุนค่าครองชีพให้แก่นักศึกษาในแต่ละเดือน เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์ไต้หวันต่อคน ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในหลักสูตร
3)ตกลงร่วมกับมหาวิทยาลัยในการกำหนดเนื้อหาหลักสูตรฝึกงาน และทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกับมหาวิทยาลัยตามระเบียบปฏิบัติการร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นไป
4)เนื้อหาของสัญญาจะต้องระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้เงินอุดหนุนค่าฝึกงานโดยบริษัทในช่วงระยะเวลาการฝึกงาน ซึ่งต้องมีอัตราไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งต้องกำหนดสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายในการให้คำปรึกษาและแนวทางดำเนินการในกรณีที่นักศึกษาไม่เหมาะสมกับการฝึกงาน และการยุติการฝึกงาน
5)บริษัทคู่ความร่วมมือและมหาวิทยาลัยสามารถร่วมกันดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกนักศึกษาที่มีศักยภาพล่วงหน้า รวมทั้งร่วมกันประเมินผลการเรียนและผลงานของนักศึกษา
6)บริษัทคู่ความร่วมมือสามารถร่วมกับมหาวิทยาลัยวางแผนหลักสูตรการสอนและกำหนดเนื้อหาการฝึกงาน
1)จัดสรรเงินอุดหนุนค่าครองชีพแก่นักศึกษาในแต่ละเดือน ไม่น้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์ไต้หวันต่อคน
1.1 บริษัทจะต้องให้การสนับสนุนเงินอุดหนุนค่าครองชีพแก่นักศึกษาแต่ละรายในอัตราไม่น้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์ไต้หวันต่อเดือน และอาจพิจารณาให้การสนับสนุนเพิ่มเติม หรือจัดสรรเงินอุดหนุนพิเศษเพิ่มเติมตามระดับการศึกษา (ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก) ความสามารถทางภาษา หรือผลการเรียนของนักศึกษา
1.2 นักศึกษาที่ได้รับเงินอุดหนุนค่าครองชีพจะต้องทำสัญญากับบริษัท โดยในสัญญาจะต้องระบุสิทธิและหน้าที่ของนักศึกษาอย่างชัดเจนทั้งในช่วงระยะเวลาที่ศึกษาอยู่และภายหลังจากสำเร็จการศึกษา
2)ระหว่างการฝึกงานต้องให้เงินอุดหนุนค่าฝึกงานในอัตราที่ไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีที่หลักสูตรมีกำหนดรายวิชาฝึกงาน การฝึกงานดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 3 หลังเข้าศึกษา มหาวิทยาลัยต้องร่วมกับบริษัทตกลงและกำหนดรายละเอียดของรายวิชาฝึกงานอย่างชัดเจน โดยบริษัทคู่ความร่วมมือต้องให้เงินอุดหนุนค่าฝึกงานในอัตราที่ไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดตลอดระยะเวลาที่นักศึกษาฝึกงาน และต้องระบุเงื่อนไขดังกล่าวไว้ในสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับสัญญาการฝึกงานมีดังนี้:
2.1 มหาวิทยาลัยร่วมกับบริษัทจัดฝึกงานนอกสถานศึกษา โดยต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรตามระเบียบความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและการศึกษา วิสาหกิจต้องทำสัญญากับนักศึกษาแต่ละคนโดยตรง สัญญาแต่ละครั้งจะมีระยะเวลาสูงสุดไม่เกินหนึ่งภาคเรียน และสัญญาต้องมีทั้งฉบับภาษาจีน ภาษาอังกฤษ หรือภาษาราชการของประเทศต้นทางของนักศึกษา พร้อมให้นักศึกษาลงนามรับรอง
2.2 สัญญาการฝึกงานต้องกำหนดสิทธิและหน้าที่ของมหาวิทยาลัย นักศึกษาและสถานที่ฝึกงาน โดยครอบคลุมเรื่องสภาพแวดล้อมในการฝึกงาน เนื้อหาการฝึกงาน เงินอุดหนุนค่าฝึกงาน การให้คำปรึกษาในการฝึกงาน(รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสถานที่ฝึกงาน) การประเมินผลการฝึกงาน การแก้ไขข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในระหว่างฝึกงาน ประกันภัยและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
3)มีส่วนร่วมในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา
เพื่อรับประกันผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาในหลักสูตรเฉพาะทาง รายชื่อนักศึกษาที่ได้รับเงินอุดหนุนค่าธรรมเนียมการศึกษาในปีที่ 2 จากกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ จะถูกพิจารณาต่อเนื่องโดยอิงตามผลการประเมินที่ผ่านการตรวจสอบร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับบริษัทคู่ความร่วมมือ นอกจากนี้เงินค่าครองชีพที่บริษัทมอบให้นักศึกษา ยังสามารถพิจารณาเพิ่มเป็นพิเศษตามความสามารถทางภาษาและผลการเรียนของนักศึกษาแต่ละบุคคล ดังนั้น บริษัทจึงควรติดตามสถานการณ์การเรียนของนักศึกษาในหลักสูตรอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งเข้าร่วมการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา
1)การจ้างงานตามสัญญา:หากนักศึกษาผ่านการประเมินจากมหาวิทยาลัยและบริษัท และสำเร็จการศึกษา บริษัทคู่ความร่วมมือมีสิทธิในการจ้างงาน โดยต้องจัดหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมและให้ค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าค่าจ้างเฉลี่ยในสาขาเดียวกัน
2)ระยะเวลาการทำงานของนักศึกษาจะต้องสอดคล้องกับระยะเวลาที่ได้รับเงินอุดหนุนค่าครองชีพจากบริษัท กล่าวคือหากได้รับเงินอุดหนุนเป็นเวลา 2 ปี นักศึกษาจะต้องทำงานกับบริษัทดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปี หากในระหว่างการดำเนินหลักสูตร บริษัทไม่สามารถจ่ายเงินอุดหนุนตามสัญญาได้ด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของนักศึกษา จะถือว่าบริษัทสละสิทธิการจ้างงานนักศึกษาในภายหลัง และไม่สามารถเรียกร้องคืนเงินอุดหนุนดังกล่าวจากนักศึกษาได้
3)ในกรณีที่นักศึกษาไม่เข้าทำงานในบริษัทตามสัญญาหลังจากสำเร็จการศึกษา จะมีการพิจารณาการเรียกคืนหรือยกเว้นการเรียกคืนเงินอุดหนุนค่าครองชีพที่บริษัทได้มอบให้ โดยจะพิจารณาตามสาเหตุว่าเป็นกรณีที่เกิดจากความรับผิดของนักศึกษาหรือไม่
กรณีที่นักศึกษาถอนตัวออกจากโครงการก่อนกำหนดหรือไม่ได้ทำงานตามข้อตกลงหลังสำเร็จการศึกษา หลักเกณฑ์ในการเรียกคืนเงินอุดหนุนค่าครองชีพที่ได้รับจากบริษัท มีดังต่อไปนี้:
1)หากเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ใช่ความผิดของนักศึกษา จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนค่าครองชีพ
1.1 ในกรณีที่บริษัทมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานและยุติการให้เงินอุดหนุนครองชีพแก่นักศึกษาในระหว่างที่นักศึกษายังศึกษาอยู่ ซึ่งไม่ถือเป็นความผิดของนักศึกษา บริษัทจะไม่มีสิทธิเรียกคืนเงินอุดหนุนค่าครองชีพที่ได้มอบให้แก่นักศึกษา
1.2 ในกรณีที่บริษัทมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานและไม่มีตำแหน่งงานว่างสำหรับการจ้างงานนักศึกษาเมื่อสำเร็จการศึกษา
1.3 ในกรณีที่บริษัทมีพฤติการณ์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 14 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ในระหว่างที่นักศึกษาปฏิบัติงานอยู่และนักศึกษาเป็นผู้ยื่นขอยกเลิกสัญญาจ้างงาน นักศึกษาจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องคืนเงินสนับสนุนค่าครองชีพที่ได้รับ
1.4 ในกรณีที่นักศึกษาเสียชีวิต หรือไม่สามารถศึกษาหรือทำงานต่อได้เนื่องจากโรคร้ายแรงหรืออุบัติเหตุ โดยมีใบรับรองจากโรงพยาบาลที่ได้รับการประเมินจากกระทรวงสาธารณสุข หรือกรณีที่ครอบครัวเกิดเหตุการณ์รุนแรงจนไม่สามารถศึกษาหรือทำงานต่อได้ โดยได้รับการตรวจสอบจากมหาวิทยาลัยและแจ้งให้บริษัททราบแล้ว จะได้รับการยกเว้นตามข้อตกลงการทำงานและไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนค่าครองชีพที่ได้รับ
2)หากเป็นเหตุที่เกิดจากความรับผิดชอบของนักศึกษา และมีการระบุเงื่อนไขการเรียกคืนเงินในสัญญาชัดเจน บริษัทมีสิทธิเรียกคืนเงินอุดหนุนค่าครองชีพจากนักศึกษา ดังต่อไปนี้:
2.1 ในระหว่างศึกษาหากนักศึกษาหยุดเรียนกลางคันด้วยเหตุผลส่วนตัว เช่น การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยนสาขาวิชา การลาพักการศึกษาเพื่อเดินทางกลับประเทศ และแม้ได้รับการให้คำปรึกษาจากทางมหาวิทยาลัยแล้วแต่ยังคงละทิ้งการศึกษาต่อในหลักสูตร หรือในกรณีที่มหาวิทยาลัยเนินการให้ออกตามระเบียบการศึกษาหรือพ้นสภาพนักศึกษา。
2.2 กรณีที่นักศึกษามีผลการเรียนไม่เป็นไปตามมาตรฐานการประเมินของมหาวิทยาลัยและบริษัท และแม้ได้รับคำปรึกษาจากสถาบันการศึกษาแล้วแต่ยังไม่มีการแก้ไขปรับปรุง ทำให้วิสาหกิจไม่สามารถจ้างงานนักศึกษาได้
2.3 กรณีที่นักศึกษาไม่เข้าทำงานกับวิสาหกิจคู่ความร่วมมือภายในระยะเวลา 3 เดือนหลังจากสำเร็จการศึกษา
2.4 กรณีที่นักศึกษาเข้าทำงานกับบริษัทคู่ความร่วมมือแต่ไม่ครบระยะเวลาตามที่ได้รับเงินอุดหนุนค่าครองชีพ จะต้องชำระคืนเงินอุดหนุนค่าครองชีพตามสัดส่วนของจำนวนเดือนที่ไม่ได้ทำงาน เช่น ไม่ครบ 1 เดือน ให้คืนเงินอุดหนุนเป็นจำนวนของ 1 เดือน
